18
พ.ค.
2018
เครื่องยนต์ดีเซลเก่าที่ผ่านการใช้งานหนัก🚗

POSTED BY SARAIWAN

เครื่องยนต์ดีเซลในตลาดมือสอง

ตั้งแต่ต้นปี 2018 ตลาดมือสองในฝรั่งเศสมีรถยนต์ที่เป็นดีเซลขายไปแล้ว 64% ประกอบกับที่เป็นเครื่องยนต์เบนซินมีเพียง 35%  นี่เป็นการเปรียบเทียบความต่างที่สำคัญของตลาดรถยนต์ใหม่ จริงๆแล้วรถยนต์ใหม่ที่เป็นเบนซินมี 55%  ซึ่งในปี 2017 รถยนต์มือสองได้จดทะเบียนประมาณ 3.7 ล้านคันในประเทศฝรั่งเศส และที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 5 ปี มี 2.5 ล้านคัน หลังจากเปิดตัวรถยนต์คุณภาพสูงรูปแบบใหม่ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2018 จึงมีความพร้อมเปิดให้บริการในขณะนี้ เมื่อมีการซื้อรถยนต์ดีเซลเก่าที่เป็นมือสองจำนวนหลายหมื่น (ได้ลงทะเบียนเป็นครั้งแรกก่อนปี 2006) ได้ส่งไปยังตลาดและไปยังศูนย์ ELV

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สัดส่วนของรถยนต์มือสองที่เป็นดีเซลในฝรั่งเศสส่งออกเพิ่มขึ้น 67% ในปี 2012 เป็น 75% ในปี 2016 โดยหลักๆแล้วรถยนต์ดีเซลจะถูกส่งออกไปยังประเทศในยุโรปใต้และยุโรปตะวันออก ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นที่ต้องการในประเทศสแกนดิเนเวีย

''เบลเยียม และออสเตรีย รวมถึงฝรั่งเศส เป็นประเทศหลักในยุโรปที่มีรถยนต์ดีเซลในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามรถยนต์ที่ถูกนำเข้านั้นจึงมีน้อย'' ผู้นำแผนกรถยนต์มือสองของกลุ่มหลักฝรั่งเศสได้กล่าวอธิบาย ''นอกจากนี้ประเทศสเปนส่วนใหญ่นั้นจะนำเข้ารถยนต์ดีเซลคุณภาพสูง เรายังคงเหลือความเป็นอุปกรณ์อยู่บ้างก่อนที่จะกลายเป็นรถยนต์มือสอง และตรงที่สุดเพื่อขายในราคาถูก''

 

การมองหาโอกาสใหม่ๆ ...

กลุ่ม ''BC Auto Ench'' ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดในยุโรป ได้กำลังศึกษาปัญหานี้เพื่อมองหาพื้นที่ทำเลใหม่ โดยจากมุมมองของเธอ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดผู้ให้เช่าระยะยาว Arval ประกาศว่า ''แบรนด์ฝรั่งเศสได้รับความนิยมอย่างมากในโปรตุเกส รถยนต์มือสองในด้านของการส่งออกไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด ดังนั้นเราจึงได้พัฒนาการทำงานเและกระจายความเสี่ยงตามช่องทางการขายรถยนต์มือสอง เพื่อช่วยให้การคาดการณ์ในตลาดรถมือสองของยุโรปนั้นชะลอตัว ใช้สำหรับเป็นนโยบายการคลัง หรือเหตุผลข้อบังคับใช้ ''

สถานการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในประเทศเยอรมนีที่ไม่นิยมน้ำมันดีเซล  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างเช่น บางเมืองในชตุทท์การ์ท และดุสเซลดอร์ฟ ห้ามไม่ให้มีการจำหน่ายรถยนต์ดีเซลเก่า

 

ทางออกที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหลักได้

แน่นอนว่าผู้เชี่ยวชาญบางคนเน้นความจริงที่ว่าการส่งออกเหล่านี้เป็นเพียงการ ''กำจัดปัญหามลพิษในสหภาพยุโรปแทนที่จะแก้ปัญหา'' ที่แอฟริกา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอฟริกาตะวันตก) ตระหนักถึงสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับยุโรป โดยสำนักงานข้อมูลกลางของแอฟริกาประมาณการว่ารถยนต์มือสองจำนวน 4 และ 5 ล้านคัน จะถูกส่งออกจากยุโรปไปยังทวีปแอฟริกา และปรากฏว่ามีการจำหน่าย 450,000 คันแล้ว ในแอฟริกาตะวันตก

ในปี 2013 กาบองดำเนินการอย่างเข้มงวดโดยห้ามรถยนต์มือสองที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 3 ปี เข้ามาในอาณาเขตของตน ในปี 2016 ได้เปลี่ยนข้อจำกัดมาเป็น 5 ปี มาตราการโตโกได้พิจารณาใช้มาตรการที่คล้ายกันนี้ด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือโครงการสหประชาชาติด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำงานร่วมกันกับสำนักงานข้อมูลแอฟริกาตอนกลาง แท้จริงแล้ว พวกเขาได้มีการกำหนดศึกษาเพื่อจะนำรถยนต์มือสองไปจำหน่ายในแอฟริกา เป้าหมายของการศึกษานี้เพื่อปกป้องประเทศแอฟริกาจากมลพิษทางรถยนต์ด้วย

ที่มา: Pro L'argus